รู้หรือไม่ว่าเวลาเชื่อมต่อเข้าเครื่อง VPS ไม่ได้ หรือเชื่อมต่อได้แต่ช้าผิดปกติ เราสามารถช่วยทีมงานตรวจสอบปัญหาเครือข่ายได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ด้วยคำสั่ง Traceroute ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่มีอยู่แล้วในทั้ง Windows และ macOS โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใด ๆ เพิ่มเติม
ผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงเส้นทางการเชื่อมต่อตั้งแต่เครื่องของคุณไปจนถึง VPS ทำให้ทีมงานรู้ทันทีว่าปัญหาเกิดจากจุดไหน (ฝั่งผู้ใช้ ฝั่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือฝั่งเซิร์ฟเวอร์) และแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น วันนี้มาดูวิธีใช้งานบนทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการกันเลย
สำหรับ Windows (คำสั่ง tracert)
ใช้ได้กับ Windows 10, Windows 11 และ Windows Server ทุกเวอร์ชัน
1. เปิดหน้าต่าง Run
- กดปุ่ม Windows + R พร้อมกันบนคีย์บอร์ด
- จะมีหน้าต่างเล็ก ๆ ชื่อ Run โผล่ขึ้นมาตรงมุมล่างซ้ายของหน้าจอ
2. เรียก Command Prompt
- พิมพ์ cmd ลงในช่อง แล้วกดปุ่ม Enter
- หน้าต่างสีดำของ Command Prompt จะเปิดขึ้นมา
3. พิมพ์คำสั่ง tracert
- ที่หน้า Command Prompt ให้พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ โดยแทนที่ your-server-ip ด้วย IP หรือ Domain ของ VPS ของคุณ แล้วกดปุ่ม Enter
- ตัวอย่าง: ถ้า VPS ของคุณมี IP เป็น 45.67.89.10 ให้พิมพ์ tracert 45.67.89.10
4. รอจนกว่าจะเสร็จ
- โปรแกรมจะแสดงผลทีละบรรทัด (hop by hop) ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที
- รอจนกว่าจะขึ้นข้อความ Trace complete. ที่บรรทัดล่างสุด
- อย่าเพิ่งปิดหน้าต่างก่อนที่ Traceroute จะทำงานเสร็จ
5. คัดลอกผลลัพธ์ทั้งหมด
- คลิกขวาในหน้าต่าง Command Prompt แล้วเลือก Select All
- กดปุ่ม Enter อีกครั้งเพื่อคัดลอกข้อความทั้งหมด
- หรือใช้ทางลัด: Ctrl + A เพื่อเลือกทั้งหมด ตามด้วย Ctrl + C
6. ส่งผลลัพธ์ให้ทีมงาน
- วาง (Paste) ข้อความทั้งหมดลงใน Ticket ที่เปิดไว้กับทีมงาน
- อย่าลืมแจ้ง IP ของ VPS และเวลาที่เริ่มมีปัญหามาด้วย
เคล็ดลับเพิ่มเติม: หากต้องการข้อมูลที่ละเอียดยิ่งขึ้น พร้อมวิเคราะห์ packet loss ในแต่ละ hop ลองใช้คำสั่ง pathping แทน จะใช้เวลาประมาณ 5 นาที แต่ได้ข้อมูลที่แน่นและแม่นยำกว่า tracert ธรรมดามาก
สำหรับ macOS (คำสั่ง traceroute)
ใช้ได้กับ macOS ทุกเวอร์ชัน รวมถึงเครื่อง Apple Silicon (M1, M2, M3, M4)
1. เปิด Terminal ผ่าน Spotlight
- กดปุ่ม Command + Space เพื่อเปิด Spotlight Search
- พิมพ์ Terminal แล้วกดปุ่ม Enter
- หน้าต่าง Terminal จะเปิดขึ้นมาพร้อมใช้งาน
2. พิมพ์คำสั่ง traceroute
- ในหน้าต่าง Terminal ให้พิมพ์คำสั่งด้านล่างนี้ โดยแทนที่ your-server-ip ด้วย IP หรือ Domain ของ VPS ของคุณ แล้วกดปุ่ม Enter
- ตัวอย่าง: ถ้า VPS ของคุณมี IP เป็น 45.67.89.10 ให้พิมพ์ traceroute 45.67.89.10
3. รอจนกว่าจะเสร็จ
- Traceroute จะแสดงผลทีละบรรทัด ใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที
- รอจนกว่าเครื่องหมาย % (prompt) จะกลับมาให้พิมพ์คำสั่งใหม่ได้
หมายเหตุ: หากเห็นบรรทัดที่เป็น * * * ติดต่อกันเยอะ ๆ ไม่ต้องตกใจ นั่นคือข้อมูลสำคัญที่ทีมงานอยากเห็น ให้รอจนคำสั่งทำงานเสร็จแล้วค่อยคัดลอกผลลัพธ์ทั้งหมด
4. คัดลอกผลลัพธ์ทั้งหมด
- คลิกในหน้าต่าง Terminal เพื่อให้ focus อยู่ที่หน้านั้น
- กดปุ่ม Command + A เพื่อเลือกทั้งหมด
- ตามด้วย Command + C เพื่อคัดลอก
5. ส่งผลลัพธ์ให้ทีมงาน
- วาง (Paste) ข้อความทั้งหมดลงใน Ticket ที่เปิดไว้กับทีมงาน
- อย่าลืมแจ้ง IP ของ VPS และเวลาที่เริ่มมีปัญหามาด้วย
เคล็ดลับเพิ่มเติม: หากคุณมี Homebrew ติดตั้งไว้อยู่แล้ว สามารถใช้เครื่องมือ MTR ซึ่งรวม Traceroute และ Ping ไว้ด้วยกัน ให้ผลลัพธ์แบบ real-time และแม่นยำกว่ามาก
การส่งผลลัพธ์มาให้ทีมงาน
เพื่อให้ทีมงานสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้รวดเร็วและแม่นยำที่สุด กรุณาแนบข้อมูลต่อไปนี้มาพร้อมกับผลลัพธ์ Traceroute
- IP หรือ Domain ของ VPS ที่มีปัญหา
- เวลาที่เริ่มเจอปัญหา (เช่น เริ่มประมาณ 14:30 ของวันที่ 20 เม.ย. 2569)
- ลักษณะของปัญหา เช่น เข้าไม่ได้เลย, เข้าได้แต่ช้า, หลุดเป็นระยะ
- ผลลัพธ์ Traceroute ที่คัดลอกมาทั้งหมด
สามารถเปิด Ticket ได้ที่ https://my.cloudvps.in.th/submitticket.php ทีมงานจะตรวจสอบและติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือทำตามขั้นตอนแล้วยังไม่สำเร็จ สามารถสอบถามทีมงานได้ตลอดเวลาเลยน้า

